ตรวจบ้านก่อนโอน คือการเดินตรวจบ้านทั้งหลังรอบสุดท้ายก่อนเซ็นรับโอนกรรมสิทธิ์ ต้องดู 7 หมวด: โครงสร้าง ผนัง–ฝ้า พื้น ประตู–หน้าต่าง ระบบไฟ ระบบประปา–ห้องน้ำ และหลังคา–รอบบ้าน ใช้เวลาราว 2–3 ชั่วโมงต่อรอบ และควรนัดก่อนวันโอน 1–2 สัปดาห์
สรุป 30 วินาที ก่อนไปตรวจรับบ้าน
- นัดตรวจรอบแรกก่อนวันโอน 1–2 สัปดาห์ แล้วนัดตรวจซ้ำก่อนวันเซ็น
- เจอจุดไหน แปะเทปสี ถ่ายรูป จดห้องและตำแหน่ง แล้วส่งเป็นใบแจ้งจุดบกพร่องเป็นลายลักษณ์อักษร
- เรื่องที่ไม่ควรเซ็นผ่านไปก่อน: รอยร้าวที่คาน–เสา รั่วซึม ระบบไฟไม่มีสายดิน หรือเครื่องตัดไฟรั่วไม่ทำงาน
- ไม่มั่นใจเรื่องโครงสร้าง ให้วิศวกรช่วยดู ค่าตรวจหลักพันบาท ถูกกว่าซ่อมเองหลังโอน
บทความนี้เขียนจากมุมวิศวกรที่เดินตรวจบ้านจริง เน้นว่า “ดูตรงไหน ดูอย่างไร และเจอแล้วทำอะไรต่อ” สำหรับคนที่กำลังจะรับโอนบ้านจัดสรรหรือทาวน์โฮมใหม่ในขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง
ตรวจบ้านก่อนโอน คืออะไร ทำไมต้องตรวจก่อนเซ็น
การตรวจบ้านก่อนโอน หรือ “ตรวจรับบ้าน” เป็นจังหวะที่ผู้ซื้อมีแรงต่อรองมากที่สุด เพราะโครงการยังต้องส่งมอบบ้านให้เรียบร้อยก่อนรับเงินงวดสุดท้ายจากธนาคาร พอเซ็นรับโอนแล้ว งานแก้ทั้งหมดจะกลายเป็นงานแจ้งซ่อมตามประกัน ซึ่งต้องรอคิวช่างและพิสูจน์ว่าเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง
สัญญาบ้านจัดสรรส่วนใหญ่รับประกันโครงสร้าง (เสา คาน ฐานราก โครงหลังคา) ราว 5 ปี และส่วนควบ (ฝ้า พื้นผิว ประตู หน้าต่าง ระบบไฟ ประปา) ราว 1 ปี นับจากวันโอน ตัวเลขจริงให้ดูในสัญญาของโครงการ เพราะแต่ละที่เขียนรายละเอียดต่างกัน ประกันจึงเป็น “ตาข่ายรองรับ” ไม่ใช่เหตุผลที่จะข้ามการตรวจก่อนโอน
อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือ “โครงการ QC มาแล้ว” การตรวจของโครงการเป็นการตรวจฝั่งผู้ขาย ผู้ซื้อควรมีรายการของตัวเองไว้เทียบ เพราะช่างที่ทำงานหลายหลังต่อวันอาจหลุดบางจุด
ตรวจบ้านก่อนโอน ต้องตรวจอะไรบ้าง: เช็กลิสต์ 7 หมวด

เคล็ดลับคือเดินตรวจ “ทีละหมวดในห้องเดียวให้จบ” แล้วค่อยย้ายห้อง เริ่มจากชั้นบนลงชั้นล่าง และเก็บรอบนอกบ้านไว้ท้ายสุด
| หมวด | ดูอะไร | วิธีเช็กง่าย ๆ |
|---|---|---|
| 1. โครงสร้าง | รอยร้าวที่เสา คาน ท้องพื้น รอยแยกระหว่างตัวบ้านกับพื้นโรงรถ | ดูทิศรอย (เฉียง/แนวดิ่ง/ตามแนวเหล็ก) วัดความกว้างด้วยบัตรวัดรอยร้าว |
| 2. ผนัง ฝ้า | รอยร้าวที่มุมประตู–หน้าต่าง ผนังเป็นคลื่น คราบน้ำหรือรอยบวมที่ฝ้า | ส่องไฟฉายเฉียงกับผนัง เคาะผนังหาเสียงกลวง |
| 3. พื้น กระเบื้อง | กระเบื้องกลวง แตก บิ่น ยาแนวไม่เต็ม พื้นเอียง | เคาะทีละแผ่น วางลูกแก้วดูทิศกลิ้ง |
| 4. ประตู หน้าต่าง | ปิดไม่สนิท ฝืด กลอนไม่ลงล็อก ซิลิโคนรอบวงกบไม่เต็ม | เปิด–ปิด–ล็อกทุกบาน ราดน้ำทดสอบขอบหน้าต่าง |
| 5. ระบบไฟฟ้า | เต้ารับทุกจุด สวิตช์ ตู้ไฟมีป้ายวงจร สายดิน เครื่องตัดไฟรั่ว | เสียบปลั๊กเทสเตอร์ทุกเต้ารับ กดปุ่ม TEST ต้องตัดไฟทันที |
| 6. ประปา ห้องน้ำ | ท่อรั่ว แรงดันน้ำ น้ำขังบนพื้นห้องน้ำ ชักโครกรั่ว กลิ่นท่อ | ปิดก๊อกทุกจุดแล้วดูมิเตอร์น้ำ ราดน้ำดูการไหลลงท่อ |
| 7. หลังคา รอบบ้าน | ใต้หลังคา (ถ้ามีช่องเปิดฝ้า) รางน้ำ ลานจอดรถ รั้ว การระบายน้ำรอบบ้าน | ส่องไฟฉายดูคราบน้ำ สนิม ฉนวน ดูว่าพื้นรอบบ้านลาดออกจากตัวบ้าน |
ห้องน้ำ: จุดที่เจอปัญหาบ่อยที่สุด
ห้องน้ำเป็นที่รวมทั้งงานกระเบื้อง งานกันซึม และงานท่อ ให้ราดน้ำทั้งในโซนอาบน้ำและโซนแห้ง ดูว่าน้ำไหลลงท่อหมดหรือเหลือแอ่งขัง เปิดฝักบัวทิ้งไว้สักพักแล้วไปดูฝ้าห้องใต้ห้องน้ำว่ามีคราบชื้นไหม และดูยาแนวรอบอ่างล้างหน้ากับชักโครกว่าเต็ม ไม่แตก

จุดที่วิศวกรดูละเอียดกว่าเช็กลิสต์ทั่วไป
เช็กลิสต์ทั่วไปช่วยให้ไม่หลุดหมวด แต่สิ่งที่แยก “บ้านที่แค่เก็บงานไม่เรียบร้อย” ออกจาก “บ้านที่ควรระวัง” คือการอ่านอาการให้ถูก จุดที่เราให้น้ำหนักเป็นพิเศษมีดังนี้
- ทิศทางรอยร้าว ไม่ใช่แค่ความยาว — รอยลายงาเส้นเล็กที่ผิวปูนฉาบมักเกิดจากการหดตัวของปูน แต่รอยเฉียงที่มุมช่องประตู–หน้าต่าง รอยที่คานหรือเสา หรือรอยที่ยังขยาย อาจเกิดจากการทรุดตัวหรือการรับน้ำหนัก ต้องดูหน้างานประกอบ (อ่านเกณฑ์ความกว้างได้ที่ รอยร้าวขนาดไหนต้องซ่อม กฎ 0.3 มม.)
- รอยต่อระหว่างตัวบ้านกับส่วนที่อยู่บนดิน — พื้นโรงรถ ทางเดิน หรือลานซักล้างมักวางบนดินถม ไม่ได้อยู่บนเสาเข็มเดียวกับตัวบ้าน ถ้าเห็นรอยแยกหรือต่างระดับตั้งแต่วันตรวจรับ ให้จดไว้และถามโครงการว่าออกแบบรอยต่อไว้อย่างไร
- แนวและมุมของช่องเปิด — ช่องหน้าต่างที่ไม่ได้ฉาก บานที่ปิดแล้วมีแสงลอด หรือวงกบที่ต้องออกแรงดัน อาจเป็นแค่งานติดตั้ง แต่ถ้ามาพร้อมรอยร้าวเฉียงที่มุม ควรให้วิศวกรดู
- ใต้หลังคาและเหนือฝ้า — ถ้ามีช่องเปิดฝ้า ให้ส่องดูโครงหลังคาว่ามีสนิมหรือรอยเชื่อมที่ไม่ได้ทากันสนิม ฉนวนปูครบ และไม่มีคราบน้ำหยด
- รั่วที่มองไม่เห็น — ปิดก๊อกทุกจุดแล้วดูมิเตอร์น้ำ ถ้ายังหมุนแปลว่ามีรั่วในระบบ ส่วนความชื้นในผนังหรือใต้กระเบื้อง วิศวกรอาจใช้เครื่องวัดความชื้นหรือกล้องถ่ายภาพความร้อนช่วยหาจุด

ตรวจบ้านก่อนโอนใช้เวลากี่ชั่วโมง ควรนัดตอนไหน
บ้านขนาดกลางมักใช้เวลาตรวจราว 2–3 ชั่วโมงต่อรอบ บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่มีห้องน้ำหลายห้อง หรือบ้านที่เจอจุดบกพร่องเยอะ อาจใช้เวลานานกว่านั้น วางแผนง่าย ๆ ได้ดังนี้
- รอบแรก: ก่อนวันโอน 1–2 สัปดาห์ ถ้าจ้างผู้ตรวจ ควรจองคิวล่วงหน้า เพราะช่วงโครงการส่งมอบพร้อมกันหลายหลัง คิวมักแน่น
- รอบสอง (ตรวจซ้ำ): หลังโครงการแจ้งว่าแก้เสร็จ มักเว้นราว 7–14 วัน ตรวจเฉพาะรายการในใบแจ้งให้ครบทุกข้อ
- เวลาที่เหมาะ: ตอนกลางวันที่มีแสงธรรมชาติ จะเห็นรอยร้าวและคราบชื้นชัดกว่า ถ้าเลือกได้ ตรวจหลังฝนตก 1–2 วันจะเห็นจุดรั่วซึมง่ายขึ้น
- ขอให้เปิดไฟและน้ำไว้: บอกโครงการล่วงหน้าว่าจะทดสอบระบบไฟและน้ำ บ้านที่ยังไม่ได้ต่อมิเตอร์จะตรวจระบบได้ไม่ครบ
อุปกรณ์ที่ควรพกไปตรวจบ้านก่อนโอน
| อุปกรณ์ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| ไฟฉายแสงแรง | ส่องเฉียงหารอยร้าว ส่องใต้อ่าง ใต้ซิงก์ เหนือฝ้า |
| เทปกาวสีแดง/เหลือง ปากกาเคมี | แปะทุกจุดที่ต้องแก้ ให้ช่างหาเจอ |
| ด้ามเคาะกระเบื้อง หรือเหรียญ | เคาะหาเสียงกลวงของกระเบื้องพื้นและผนัง |
| ลูกแก้ว ถังน้ำ | ดูพื้นเอียง ทดสอบการระบายน้ำห้องน้ำและระเบียง |
| ปลั๊กเทสเตอร์ | เช็กว่าเต้ารับต่อสายดินและสลับขั้วถูกต้องไหม |
| บัตรวัดความกว้างรอยร้าว | วัดและบันทึกความกว้างรอยร้าว ไว้เทียบหลังแก้ |
| เครื่องวัดความชื้น (ถ้ามี) | เทียบผนังจุดที่สงสัยกับจุดปกติ หาความชื้นที่ยังไม่โผล่เป็นคราบ |
ลิงก์แนะนำสินค้า (Affiliate) เว็บอาจได้ค่าตอบแทนเล็กน้อย ไม่มีผลกับราคา
🛒 ดูตัวอย่าง ปลั๊กเทสเตอร์ เช็กเต้ารับและสายดิน
🛒 ดูตัวอย่าง บัตรวัดความกว้างรอยร้าว
🛒 ดูตัวอย่าง เครื่องวัดความชื้นผนังและคอนกรีต
เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เห็นอาการได้ชัดขึ้น แต่ไม่ใช้แทนการให้วิศวกรตรวจโครงสร้าง

เจอจุดบกพร่องตอนตรวจรับบ้าน ต้องทำอย่างไร
เป้าหมายคือ “ให้ทุกจุดมีหลักฐานและมีกำหนดแก้” ไม่ใช่แค่บอกช่างหน้างาน ทำตามลำดับนี้
- แปะเทป ถ่ายรูป จดตำแหน่ง — ถ่ายให้เห็นทั้งภาพกว้าง (ห้องไหน ผนังไหน) และภาพใกล้ (อาการ) จดเป็นเลขรายการ เช่น “ห้องนอน 2 – มุมหน้าต่างซ้าย – รอยร้าวเฉียง”
- ทำใบแจ้งจุดบกพร่อง (Defect list) — ส่งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงโครงการ ขอให้เจ้าหน้าที่ลงชื่อรับทราบหรือขอเลขรับเรื่อง แชตไลน์ใช้ควบคู่ได้ แต่ไม่ควรเป็นหลักฐานอย่างเดียว
- นัดตรวจซ้ำ — ตรวจทีละรายการในใบแจ้ง ถ่ายรูปหลังแก้เก็บคู่กับรูปก่อนแก้
- เรื่องใหญ่ยังไม่เซ็น — รอยร้าวที่โครงสร้าง น้ำรั่วซึม หรือระบบไฟไม่ปลอดภัย ควรแก้และตรวจซ้ำให้จบก่อน ถ้าจำเป็นต้องโอนตามกำหนด ให้ทำบันทึกรายการที่ค้างพร้อมกำหนดวันแก้ ลงชื่อทั้งสองฝ่าย
- เก็บเอกสารวันโอน — ถ่ายรูปหน้าสัญญาที่ระบุเงื่อนไขและวันเริ่มนับประกัน แล้วตั้งเตือนตรวจบ้านอีกรอบก่อนครบปีแรก

ถ้าหลังโอนไปแล้วเพิ่งเจอปัญหา ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมรูปทันทีที่พบ และระบุวันที่พบ ถ้าใกล้ครบปีแรก ควรให้ผู้ตรวจช่วยดูทั้งหลังก่อนหมดประกันส่วนควบ (ดูบริการ ตรวจบ้านก่อนหมดประกัน และเช็กโครงสร้างร้าว–ทรุด)
ตรวจบ้านก่อนโอนเอง หรือจ้างวิศวกร ราคาเท่าไร
ตรวจเองได้ ถ้ามีเวลาและเดินตามเช็กลิสต์ครบ ข้อจำกัดคือเรื่องที่ซ่อนอยู่ เช่น การอ่านอาการรอยร้าว ความชื้นในผนัง หรือความถูกต้องของระบบไฟในตู้ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์และเครื่องมือ หลายคนจึงเลือก “ตรวจเองรอบแรก แล้วให้วิศวกรดูเฉพาะจุดที่สงสัย” หรือจ้างตรวจทั้งหลังสำหรับบ้านราคาสูง
| ประเภท | ราคาตลาดโดยประมาณ (ต่อรอบแรก) |
|---|---|
| บ้านเดี่ยว | ราว 4,000–7,000 บาท |
| ทาวน์โฮม | ราว 3,500–5,000 บาท |
| คอนโด | ราว 2,000–4,000 บาท |
| ตรวจซ้ำรอบสอง | มักเพิ่มราว 1,000–2,000 บาท |
ข้อมูล ณ วันที่ 3 พ.ย. 2569 จากราคาที่เผยแพร่ช่วงปี 2568–2569 (อีกแหล่งระบุช่วงรวม 3,000–8,000 บาท) ส่วนใหญ่ยังไม่รวม VAT ราคาจริงขึ้นกับขนาดบ้าน จำนวนห้องน้ำ เครื่องมือที่ใช้ และระยะทาง ประเมินราคาสำหรับบ้านของคุณได้ที่ ประเมินราคาตรวจรับบ้านใหม่เบื้องต้น
เมื่อไรควรเรียกวิศวกร
- เห็นรอยร้าวเฉียงที่มุมช่องประตู–หน้าต่าง หรือรอยร้าวที่คาน เสา ท้องพื้น
- พื้นในบ้านเอียงชัด ประตูหลายบานปิดไม่ลง หรือพื้นรอบบ้านแยกจากตัวบ้านตั้งแต่ยังไม่เข้าอยู่
- มีคราบน้ำที่ฝ้าหรือผนังตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้งาน
- เต้ารับหลายจุดไม่มีสายดิน หรือเครื่องตัดไฟรั่วกด TEST แล้วไม่ตัด
- บ้านราคาสูง ไม่มีเวลาตรวจเอง หรือโครงการแก้แล้วอาการเดิมกลับมา
Grow Construction and Supply ให้บริการ ตรวจรับบ้านและคอนโด ขอนแก่น โดยวิศวกร ตรวจสอบและให้ข้อแนะนำทางวิศวกรรมพร้อมรายงานรูปถ่ายแต่ละจุด ใช้ยื่นให้โครงการแก้ได้ ถ้าเป็นคอนโดหรือหอพัก อ่านต่อได้ที่ ซื้อคอนโด–หอพักใกล้ มข. ตรวจอะไรก่อนโอน
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจบ้านก่อนโอนควรทำก่อนวันโอนกี่วัน?
ควรนัดตรวจรอบแรกก่อนวันโอนราว 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้โครงการมีเวลาแก้ แล้วนัดตรวจซ้ำอีกรอบก่อนวันเซ็นจริง ถ้ารอใกล้วันโอนเกินไปจะไม่เหลือเวลาแก้งาน
ตรวจบ้านก่อนโอนใช้เวลากี่ชั่วโมง?
บ้านขนาดกลางมักใช้ราว 2–3 ชั่วโมงต่อรอบ บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหรือบ้านที่มีจุดบกพร่องมากอาจนานกว่านั้น ควรนัดตอนกลางวันที่มีแสงธรรมชาติ
จ้างวิศวกรตรวจบ้านก่อนโอนราคาเท่าไร?
ราคาตลาดที่เผยแพร่ช่วงปี 2568–2569 อยู่ราว 3,000–8,000 บาท บ้านเดี่ยวราว 4,000–7,000 บาท ทาวน์โฮมราว 3,500–5,000 บาท ตรวจซ้ำรอบสองมักมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ราคาจริงขึ้นกับขนาดบ้านและขอบเขตงาน
ถ้าโอนไปแล้วเพิ่งเจอปัญหา ยังเคลมได้ไหม?
สัญญาบ้านจัดสรรส่วนใหญ่รับประกันโครงสร้างราว 5 ปี และส่วนควบ เช่น ประตู หน้าต่าง ระบบไฟ ประปา ราว 1 ปี นับจากวันโอน ให้ดูเงื่อนไขในสัญญาของโครงการ และแจ้งเป็นหนังสือพร้อมรูปถ่ายทันทีที่พบ
สรุป: ตรวจบ้านก่อนโอน ให้ครบ 7 หมวด ทำใบแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจซ้ำให้จบก่อนเซ็น จะช่วยให้ไม่ต้องตามแก้เองหลังเข้าอยู่ ถ้าคุณกำลังจะรับโอนบ้านในขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง แล้วอยากให้วิศวกรช่วยดูอีกแรง ติดต่อเราได้ตามช่องทางด้านล่าง
ต้องการให้วิศวกรช่วยดูงานของคุณ?
Grow Construction and Supply ตรวจสอบโครงสร้าง แก้ปัญหาบ้านร้าว–บ้านทรุด ที่ปรึกษางานก่อสร้าง และทดสอบวัสดุก่อสร้าง ในขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง
แหล่งอ้างอิง
- Talata – เช็กลิสต์ตรวจบ้านก่อนโอน ตรวจเอง vs จ้างบริษัท ราคาเท่าไหร่ (ส.ค. 2569)
- RealEstateAgentTH – ตรวจบ้านก่อนรับโอน 50+ Checklist และวิธีเคลม
- Krungsri The COACH – 8 จุดตรวจบ้านก่อนโอน
- PlanLiv – บ้านใหม่รับประกันโครงสร้าง 5 ปี ส่วนควบ 1 ปี
- OBILIS – รับประกันบ้านกี่ปี (ป.พ.พ. มาตรา 600–601)
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การตัดสินใจเรื่องโครงสร้างควรให้วิศวกรตรวจหน้างาน · เงื่อนไขรับประกันขึ้นกับสัญญาของแต่ละโครงการ

