น้ำท่วมบ้าน ถ่ายรูป 5 จุดก่อนเคลมประกันภัยพิบัติ จ่ายสูงสุด 1 แสน — Growcons ขอนแก่น

เคลมประกันภัยพิบัติ น้ำท่วมบ้าน: ถ่ายรูป 5 จุดให้ได้เงินครบ

เคลมประกันภัยพิบัติกรณีน้ำท่วมบ้าน ได้เบื้องต้น 10,000 บาท และรวมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน หัวใจคือ “รูปถ่ายหลักฐาน” ให้ถ่าย 5 จุดก่อนล้างหรือซ่อม ได้แก่ หน้าบ้านกับบ้านเลขที่ คราบระดับน้ำ รอยร้าวโครงสร้าง ของที่ติดตัวบ้าน และวิดีโอครบทุกห้อง

ช่วงนี้ข่าวน้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่ภูเก็ต ทำให้หลายคนเพิ่งรู้ว่ารัฐซื้อประกันภัยพิบัติให้บ้านเกือบทุกหลังในประเทศ รวมถึงบ้านในขอนแก่นและอีสาน บทความนี้สรุปสิทธิ์จากแหล่งทางการ แล้วเพิ่มมุมของวิศวกรว่าควรถ่ายรูปความเสียหายของโครงสร้างอย่างไร และเมื่อไรควรให้วิศวกรตรวจก่อนกลับเข้าอยู่

🎬 บ้านโดนน้ำท่วม ถ่าย 5 จุดนี้ก่อนเคลมประกันภัยพิบัติ #shorts · ดูบน YouTube
อ่านสคริปต์คลิปนี้

บ้านโดนน้ำท่วม อย่าเพิ่งรีบล้าง ประกันภัยพิบัติที่รัฐซื้อให้ คุ้มครองบ้านสูงสุดหนึ่งแสนบาท แต่ต้องมีรูปหลักฐานห้าจุดนี้ จุดแรก ถ่ายหน้าบ้านให้เห็นบ้านเลขที่ กับน้ำที่ล้อมรอบตัวบ้าน จุดที่สอง ถ่ายคราบระดับน้ำบนผนัง วางตลับเมตรวัดความสูงจากพื้นให้เห็นชัด ทั้งข้างนอกและข้างในบ้าน จุดที่สาม รอยร้าวที่เสา คาน ผนัง หรือพื้นที่ทรุด ถ่ายใกล้คู่กับไม้บรรทัด แล้วถ่ายไกลให้รู้ว่าอยู่ตรงไหนของบ้าน จุดที่สี่ ของที่ติดกับตัวบ้าน เช่น ประตู พื้นไม้ ตู้บิวท์อิน ปลั๊กไฟ เพราะประกันคุ้มครองตัวบ้านกับของบิวท์อิน แต่ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า จุดที่ห้า ถ่ายวิดีโอเดินให้ครบทุกห้องก่อนเริ่มซ่อม และอย่าแต่งรูป เพราะระบบใช้ AI คัดกรองรูปที่ถูกแก้ไข แจ้งเคลมได้ที่ไลน์ แอด ไทยแนทแคท หรือโทร ศูนย์สอง ศูนย์หนึ่งสอง ห้าห้าห้าห้า ถ้าเสาหรือคานร้าว ให้วิศวกรดูก่อนเข้าอยู่ เซฟคลิปนี้ไว้นะครับ

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองบ้านแค่ไหน

รัฐบาลซื้อกรมธรรม์กลุ่มให้ประชาชน เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 2569 ถึง 1 ต.ค. 2570 ครอบคลุมบ้านราว 30 ล้านหลังคาเรือน จากภัย 3 ประเภท คือ น้ำท่วม (อุทกภัย) ลมพายุ-ฟ้าผ่า (วาตภัย) และแผ่นดินไหว ล่าสุดวันที่ 27 ต.ค. 2569 ครม. อนุมัติเพิ่มงบเป็น 16,550 ล้านบาท และวันที่ 28 ต.ค. รัฐบาลยืนยันว่าน้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่ภูเก็ตอยู่ภายใต้ความคุ้มครอง

กรณี จ่ายเบื้องต้น จ่ายเพิ่มตามความเสียหายจริง รวมสูงสุด
น้ำท่วม (อุทกภัย) 10,000 บาท ไม่เกิน 90,000 บาท 100,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน
ลมพายุ ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว 5,000 บาท ไม่เกิน 95,000 บาท 100,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน
น้ำล้อมบ้านจนใช้ชีวิตปกติไม่ได้ติดต่อกันเกิน 7 วัน 10,000 บาท (แม้ตัวบ้านไม่เสียหายทางโครงสร้าง)
เสียชีวิต / ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติ 2,000,000 บาท / 200,000 บาทต่อคน (กรมธรรม์อุบัติเหตุกลุ่ม)

ข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค. 2569 จากสรุปของสมาคมประกันวินาศภัยไทย (ไทยรัฐ) ศูนย์รับแจ้งเคลม ThaiNatCat และข่าวรัฐบาล เงื่อนไขอาจปรับได้ ควรตรวจสอบกับช่องทางทางการอีกครั้ง

เงื่อนไขที่ต้องเช็กก่อนเคลมประกันภัยพิบัติ

  • เป็นบ้านที่อยู่อาศัยประจำ มีบ้านเลขที่ (ถ้าไม่มีต้องมีสภาพเป็นที่พักอาศัยและอยู่ในรายชื่อของกรมการปกครอง) บ้านร้างหรือบ้านที่ไม่ได้อยู่ประจำอาจเคลมไม่ได้
  • พื้นที่ต้องถูกประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติ ถ้าน้ำขังเป็นช่วง ๆ โดยไม่มีประกาศ อาจไม่เข้าเงื่อนไข
  • เกิดเหตุตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ความเสียหายก่อนวันเริ่มคุ้มครองไม่อยู่ในกรมธรรม์นี้ (ยังขอเยียวยาจากรัฐตามปกติได้)
  • คุ้มครองตัวบ้านและของบิวท์อิน ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • คอนโดที่แต่ละห้องมีบ้านเลขที่แยก เคลมแยกรายห้องได้ และถ้ามีประกันบ้านของตัวเองอยู่แล้วก็ยังเคลมโครงการนี้ได้ตามเงื่อนไข

ถ่ายรูป 5 จุด ให้เคลมประกันภัยพิบัติได้ครบ

ทางโครงการจ่ายส่วนที่เกิน 10,000 บาทตาม “ความเสียหายจริง” ที่ประเมินได้ รูปที่ชัดและครบจึงช่วยให้คุยกับผู้ประเมินง่ายขึ้นมาก หลักการเดียวกับที่ FEMA สหรัฐฯ แนะนำ คือ ถ่ายทั้งรูปและวิดีโอ หลายมุม หลายระยะ ก่อนทิ้งหรือซ่อมของ และถ่ายเฉพาะตอนที่เข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย

บ้านชั้นเดียวที่น้ำท่วมล้อมรอบ เห็นคราบน้ำบนผนังด้านหน้า สำหรับถ่ายรูปเคลมประกันภัยพิบัติ
เริ่มจากภาพกว้างของบ้านขณะน้ำยังล้อมอยู่ จะเห็นทั้งระดับน้ำและตำแหน่งบ้าน (ภาพประกอบ)

จุดที่ 1: หน้าบ้าน ให้เห็นบ้านเลขที่และน้ำที่ล้อมบ้าน

ยืนให้ไกลพอเห็นทั้งหลัง ถ่ายให้เห็นป้ายบ้านเลขที่ หรือถ่ายป้ายแยกอีกรูป ถ้าน้ำยังล้อมอยู่ ให้ถ่ายวันละรูปพร้อมวันที่ เพราะกรณีน้ำล้อมเกิน 7 วันต้องแสดงให้เห็นว่าน้ำขังต่อเนื่อง เปิดตำแหน่ง (GPS) และวันเวลาในกล้องมือถือไว้ด้วย

จุดที่ 2: คราบระดับน้ำ วางตลับเมตรวัดจากพื้น

ตลับเมตรวัดความสูงจากพื้นถึงคราบระดับน้ำบนผนังบ้านหลังน้ำท่วม
วางตลับเมตรจากพื้นถึงคราบน้ำ ให้เห็นตัวเลขความสูงชัด ๆ ทั้งด้านนอกและด้านในบ้าน (ภาพประกอบ)

ระดับน้ำบอกได้ว่าวัสดุส่วนไหนจมน้ำ เช่น ผนังเบา ฝ้า ประตู ตู้ล่าง ปลั๊กไฟ ให้ถ่ายในทุกห้องที่น้ำเข้า และถ่ายด้านนอกบ้านด้วย

จุดที่ 3: รอยร้าวที่เสา คาน ผนัง พื้นทรุด และดินใต้บ้านถูกกัดเซาะ

ไม้บรรทัดทาบข้างรอยร้าวผนังคอนกรีตใกล้เสาหลังน้ำลด ถ่ายรูปความเสียหายโครงสร้าง
ถ่ายรอยร้าวแบบใกล้คู่กับไม้บรรทัดให้เห็นขนาด แล้วถ่ายไกลให้รู้ตำแหน่งในบ้าน (ภาพประกอบ)

ส่วนนี้คือความเสียหายที่ค่าซ่อมสูงที่สุดและมักถูกมองข้าม วิธีถ่ายแบบวิศวกร:

  • ถ่ายใกล้ให้เห็นความกว้างรอยร้าว วางไม้บรรทัดหรือบัตรวัดรอยร้าวข้างรอย แล้วถ่ายไกลให้รู้ว่าอยู่ห้องไหน ผนังด้านไหน
  • ดูเสาและคาน ถ้าคอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็ก หรือเสาเอียง ให้ถ่ายไว้และอย่าเพิ่งเข้าไปใช้งานบริเวณนั้น
  • พื้นที่ยุบหรือแอ่น ใช้ไม้บรรทัดยาวหรือระดับน้ำวางพาด แล้วถ่ายช่องว่างใต้ไม้
  • เดินดูรอบบ้าน ถ่ายจุดที่ดินใต้ฐานบ้านหรือใต้พื้นส่วนต่อเติมถูกน้ำกัดเซาะหายไป
  • ประตู-หน้าต่างที่ปิดไม่ได้หลังน้ำลด อาจบอกว่าโครงบ้านขยับ ให้ถ่ายช่องห่างรอบวงกบ

จุดที่ 4: ของที่ติดกับตัวบ้าน

ประตูไม้บวมน้ำและตู้บิวท์อินที่เสียหายจากน้ำท่วม โคลนบนพื้นกระเบื้อง
ประตู พื้น ตู้บิวท์อิน และระบบไฟที่ติดกับตัวบ้าน อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่อยู่อาศัย (ภาพประกอบ)

เพราะกรมธรรม์คุ้มครองตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ให้ถ่ายประตูที่บวม พื้นไม้หรือพื้นลามิเนตที่โก่ง กระเบื้องที่หลุด ตู้บิวท์อิน ฝ้าที่ยุบ ปลั๊กและแผงไฟ ปั๊มน้ำที่ติดตั้งถาวร ถ้าต้องรื้อทิ้ง ให้เก็บชิ้นตัวอย่างไว้ เช่น พื้นหรือขอบประตู เพื่อให้ผู้ประเมินเห็น

จุดที่ 5: วิดีโอเดินครบทุกห้อง ก่อนเริ่มซ่อม และห้ามแต่งรูป

ถ่ายวิดีโอเดินสำรวจความเสียหายในห้องนั่งเล่นที่มีโคลนหลังน้ำท่วม
อัดวิดีโอเดินช้า ๆ จากหน้าบ้านเข้าไปทีละห้อง พูดบรรยายสิ่งที่เห็นไปด้วย (ภาพประกอบ)

วิดีโอต่อเนื่องหนึ่งคลิปช่วยยืนยันว่าทุกรูปมาจากบ้านเดียวกัน ส่งรูปต้นฉบับ อย่าใส่ฟิลเตอร์หรือแต่งภาพ เพราะสมาคมประกันวินาศภัยไทยแจ้งว่าจะใช้ AI คัดกรองภาพที่ผ่านการตกแต่ง เก็บไฟล์ต้นฉบับสำรองไว้ในคลาวด์ด้วย

ขั้นตอนแจ้งเคลม และเอกสารที่ต้องเตรียม

ศูนย์รับแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติ (ThaiNatCat) รับแจ้ง 24 ชั่วโมง 3 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ ThaiNatCat.org, LINE @thainatcat และโทร 0 2012 5555 รวมถึงจุดแจ้งเคลมในพื้นที่ ขั้นตอนมี 4 ขั้น:

  1. ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนด้วย ThaID หรือบัตรประชาชน
  2. เลือกประเภทภัย ระบุที่อยู่ แนบรูปถ่ายความเสียหายและเอกสาร
  3. รับเลขที่รับแจ้งไว้ติดตามสถานะ
  4. รับเงินผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีที่แจ้งไว้

เช็กลิสต์เอกสาร

  • ☐ บัตรประชาชนของผู้มีสิทธิ์
  • ☐ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย และทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
  • ☐ รูปถ่ายความเสียหาย 5 จุดตามด้านบน
  • ☐ ข้อมูลบัญชีธนาคาร (กรณีรับผ่านพร้อมเพย์ไม่ได้)
  • ☐ ถ้าจะเคลมส่วนเพิ่ม: รายการความเสียหาย ใบเสนอราคาหรือใบเสร็จค่าซ่อม และเอกสารอื่นที่บริษัทประกันขอ

เงินส่วนแรก 10,000 บาทจะจ่ายภายใน 15 วันนับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารครบ (ไม่ใช่วันที่แจ้ง) ส่วนเพิ่มจ่ายภายใน 15 วันหลังตกลงผลประเมิน ระวังมิจฉาชีพ โครงการไม่ขอรหัส OTP และไม่ให้โอนเงินก่อนเด็ดขาด

หลังน้ำลด เช็กโครงสร้างบ้านก่อนกลับเข้าอยู่

  • กลับเข้าบ้านเมื่อทางการแจ้งว่าปลอดภัย และปิดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนถ้าทำได้อย่างปลอดภัย อย่าแตะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกหรือตอนยืนในน้ำ
  • สวมรองเท้าบูทและถุงมือ ระวังงูและสัตว์ที่หนีน้ำเข้าบ้าน
  • มองหาสัญญาณอันตรายก่อนเข้า เช่น ผนังเอียง เสาหรือคานร้าวใหม่ พื้นยุบ หลังคาแอ่น ดินใต้ฐานบ้านหายไป
  • เปิดประตู-หน้าต่างระบายความชื้น ผนังและไม้ที่จมน้ำนานควรรอให้แห้งก่อนทาสีหรือปิดผิว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ ถมดินขวางทางน้ำ และจุดที่ต้องตรวจหลังน้ำท่วม ถ้าเจอรอยร้าวแล้วไม่แน่ใจว่ายังขยับไหม ดูวิธีเช็กได้ที่ ติดตามรอยร้าว: เช็กเองว่ารอยร้าวยังขยับไหม

เมื่อไรควรเรียกวิศวกร

  • เสาหรือคานร้าว คอนกรีตกะเทาะจนเห็นเหล็ก หรือเสาเอียง
  • พื้นหรือส่วนต่อเติมทรุดหลังน้ำลด ประตูหน้าต่างปิดไม่ได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปกติ
  • ดินใต้ฐานรากหรือใต้พื้นถูกน้ำกัดเซาะเป็นโพรง
  • รอยร้าวใหม่ที่กว้างกว่าราว 3–5 มม. หรือกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
  • ต้องการรายการความเสียหายและแนวทางซ่อมที่ชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการขอใบเสนอราคาและคุยกับผู้ประเมิน

วิศวกรจะเดินตรวจ ถ่ายรูปพร้อมบันทึกตำแหน่ง และให้ข้อแนะนำทางวิศวกรรมว่าส่วนไหนซ่อมได้ ส่วนไหนต้องเสริมกำลัง ดูรายละเอียดบริการ Building Doctor วิศวกรเดินตรวจบ้านร้าว–บ้านทรุด หรือ ซ่อมแซมและเสริมกำลังโครงสร้าง และ ประเมินราคาตรวจบ้านเบื้องต้น ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายเงินเป็นอำนาจของบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเคลมประกันภัยพิบัติ

ประกันภัยพิบัติน้ำท่วม จ่ายเท่าไร

น้ำท่วมบ้านจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท และจ่ายเพิ่มตามความเสียหายจริงไม่เกิน 90,000 บาท รวมสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนลมพายุ ฟ้าผ่า และแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท รวมสูงสุด 100,000 บาทเช่นกัน (ข้อมูล ณ 28 ต.ค. 2569)

เคลมประกันภัยพิบัติ ต้องใช้รูปอะไรบ้าง

ถ่าย 5 จุดก่อนล้างหรือซ่อม คือ หน้าบ้านให้เห็นบ้านเลขที่และน้ำที่ล้อม คราบระดับน้ำพร้อมตลับเมตร รอยร้าวที่เสา คาน ผนัง พื้นทรุด ของที่ติดกับตัวบ้าน และวิดีโอเดินครบทุกห้อง ส่งไฟล์ต้นฉบับโดยไม่แต่งภาพ

แจ้งเคลมประกันภัยพิบัติได้ที่ไหน

แจ้งได้ 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์ ThaiNatCat.org, LINE @thainatcat หรือโทร 0 2012 5555 รวมถึงจุดแจ้งเคลมในพื้นที่ โดยลงทะเบียนด้วย ThaID หรือบัตรประชาชน แล้วแนบรูปถ่ายความเสียหาย

น้ำท่วมบ้านแต่โครงสร้างไม่เสียหาย เคลมได้ไหม

ได้ ถ้าน้ำล้อมตัวบ้านต่อเนื่องจนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้เกิน 7 วัน และพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตประสบภัย จะได้ค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน

สรุป การเคลมประกันภัยพิบัติจะได้เงินครบหรือไม่ ขึ้นกับหลักฐานที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรก ถ่าย 5 จุดก่อนซ่อม แจ้งผ่านช่องทางทางการ และถ้าโครงสร้างเสียหายให้วิศวกรดูก่อนกลับเข้าอยู่ บ้านในขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียงที่เจอน้ำท่วม ทีมวิศวกรของเราช่วยตรวจสอบและให้ข้อแนะนำทางวิศวกรรมได้

ต้องการให้วิศวกรช่วยดูงานของคุณ?

Grow Construction and Supply ตรวจสอบโครงสร้าง แก้ปัญหาบ้านร้าว–บ้านทรุด ที่ปรึกษางานก่อสร้าง และทดสอบวัสดุก่อสร้าง ในขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง

📋 ประเมินราคาเบื้องต้น   💬 LINE   📞 089-516-4594

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การตัดสินใจเรื่องโครงสร้างควรให้วิศวกรตรวจหน้างาน · เงื่อนไขและจำนวนเงินเป็นข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค. 2569 การพิจารณาค่าสินไหมเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์และบริษัทประกันภัย ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมาย

👁 ผู้เข้าชมเว็บไซต์ 32,137 ครั้ง