Core Test คอนกรีต คือการเจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากเสา คาน หรือพื้นที่สร้างเสร็จแล้ว ไปกดหากำลังอัดในห้องปฏิบัติการ เพื่อตอบคำถามตรง ๆ ว่า “คอนกรีตในโครงสร้างจริงแข็งแรงพอหรือไม่” ใช้เมื่อผลลูกปูนไม่ผ่าน ลูกปูนหาย หรือต้องประเมินอาคารเดิมก่อนต่อเติม
บทความนี้สรุปแบบเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาอ่านเข้าใจ ตั้งแต่เมื่อไรต้องเจาะ ขั้นตอนตามมาตรฐาน ASTM C42 การปรับแก้ค่า L/D ไปจนถึงวิธีอ่านผลตามเกณฑ์ ACI 318 พร้อมตัวอย่างตัวเลข
อ่านสคริปต์คลิปนี้
ผลลูกปูนไม่ผ่าน อย่าเพิ่งตกใจสั่งทุบนะครับ ยังมีวิธีไปถามคอนกรีตตัวจริงในโครงสร้าง วิธีนั้นคือ Core Test เจาะเอาแท่งคอนกรีตจากเสา คาน หรือพื้นจริง ไปกดหากำลังอัดในแล็บ ก่อนเจาะต้องสแกนหาเหล็กเสริมก่อน แล้วเจาะในช่องว่างระหว่างเหล็ก ไม่ให้ตัดเหล็กขาด เจาะอย่างน้อยสามแท่งต่อจุดที่สงสัย เขียนรหัสทุกแท่ง แล้วเก็บในถุงปิดสนิทก่อนส่งแล็บ แท่งที่เตี้ยจะกดได้ค่าสูงเกินจริง ห้องแล็บต้องคูณค่าปรับแก้ตามความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลางก่อนอ่านผล เกณฑ์ ACI สำหรับงานใหม่ ค่าเฉลี่ยสามแท่งต้องไม่ต่ำกว่าแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ และไม่มีแท่งไหนต่ำกว่าเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของกำลังที่ออกแบบ ถ้าไม่ผ่าน ก็ยังไม่ต้องทุบทันที วิศวกรยังวิเคราะห์โครงสร้าง ทดสอบรับน้ำหนัก หรือเสริมกำลังได้ เซฟคลิปนี้ไว้ เผื่อวันไหนผลลูกปูนไม่ผ่าน จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อครับ
Core Test คอนกรีต คืออะไร ต่างจากการทดสอบลูกปูนอย่างไร
ในงานก่อสร้าง เรามักเก็บ “ลูกปูน” จากรถโม่ตอนเทคอนกรีต แล้วส่งกดที่อายุ 7 หรือ 28 วัน ลูกปูนบอกได้ว่า คอนกรีตที่ส่งมาถึงหน้างาน มีคุณภาพตามสเปกไหม แต่ไม่ได้บอกว่าคอนกรีตหลังเทลงแบบ จี้ และบ่มจริง ๆ แข็งแรงแค่ไหน
การ เจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต หรือ Core Test จึงเป็นการ “ไปถามคอนกรีตตัวจริง” โดยใช้เครื่องเจาะกระบอกเพชรหล่อน้ำ เจาะเอาแท่งทรงกระบอกออกมาจากโครงสร้าง แล้วนำไปตัดแต่งปลายและกดทดสอบ ถือเป็นการทดสอบแบบกึ่งทำลาย เพราะต้องเจาะรูแล้วอุดซ่อม
| หัวข้อ | ลูกปูน (Cube/Cylinder) | Core Test | Rebound Hammer / UPV |
|---|---|---|---|
| บอกอะไร | คุณภาพคอนกรีตที่ส่งมา | กำลังอัดของคอนกรีตในโครงสร้างจริง | ความแข็งผิว / ความสม่ำเสมอของเนื้อคอนกรีต (ค่าประมาณ) |
| ทำลายโครงสร้าง | ไม่ | กึ่งทำลาย (มีรูต้องอุด) | ไม่ทำลาย |
| ครอบคลุม | ตามจำนวนชุดที่เก็บ | เฉพาะจุดที่เจาะ | สำรวจได้กว้างและเร็ว |
| มาตรฐานอ้างอิง | ASTM C31 / C39 | ASTM C42 / C39 | ASTM C805 / C597 |
แนวทางที่คุ้มที่สุดคือใช้ การทดสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) เช่น Rebound Hammer และ UPV สำรวจหาโซนที่น่าสงสัยก่อน แล้วค่อยเจาะ Core เฉพาะจุดเพื่อยืนยัน รูน้อยลง ได้ข้อมูลตรงจุดกว่า
เมื่อไรต้องเจาะเก็บตัวอย่างคอนกรีต (Core Test)
- ผลลูกปูนไม่ผ่านเกณฑ์ หรือผลแปลกผิดปกติ และต้องการรู้ว่าคอนกรีตในโครงสร้างจริงเป็นอย่างไร
- ลูกปูนหาย เสียหาย หรือไม่ได้เก็บ เช่น งานบ้านที่ผู้รับเหมาไม่ได้ส่งทดสอบเลย
- ประเมินอาคารเดิมก่อนต่อเติม เช่น จะต่อชั้นบน เปลี่ยนการใช้งานเป็นโกดังหรือร้านค้า ต้องรู้กำลังคอนกรีตจริงเพื่อคำนวณ
- หลังอาคารเสียหาย เช่น ไฟไหม้ หรือพบคอนกรีตเสื่อมสภาพ
- สอบเทียบผล Rebound Hammer / UPV ของโครงการนั้น ให้ค่าประมาณจาก NDT แม่นขึ้น

ขั้นตอนเจาะ Core Test ตามมาตรฐาน ASTM C42
- วิศวกรกำหนดจุดเจาะ ให้เป็นตัวแทนของบริเวณที่สงสัย และเลี่ยงตำแหน่งที่รับแรงวิกฤต
- สแกนหาเหล็กเสริม ด้วย Cover Meter หรือ GPR แล้วทำเครื่องหมาย เพื่อเจาะในช่องว่างระหว่างเหล็ก ไม่ให้ตัดเหล็กขาดและไม่ให้มีเหล็กติดในแท่ง
- ยึดแท่นเจาะให้แน่น เจาะตั้งฉาก หล่อน้ำตลอด ขนาดแท่งโดยทั่วไปราว 100 มม. (4 นิ้ว) และไม่ควรเล็กกว่า 2 เท่าของขนาดหินใหญ่สุด
- ติดป้ายรหัสทุกแท่ง (โครงการ ตำแหน่ง วันที่) แล้วเก็บในถุงปิดสนิท เพราะความชื้นที่ไม่สม่ำเสมอจากการเจาะด้วยน้ำมีผลต่อค่ากำลังอัด แนวทางทั่วไปให้รออย่างน้อย 5 วันหลังเจาะหรือตัดก่อนกดทดสอบ
- อุดรูเจาะ ด้วยวัสดุซ่อมชนิดไม่หดตัว (Non-shrink)
- ห้องปฏิบัติการตัดแต่งปลาย วัดขนาด และกดทดสอบ ตาม ASTM C39 แล้วปรับแก้ค่าตามสัดส่วน L/D
รายละเอียดเหล่านี้ดูเหมือนเล็ก แต่มีผลกับตัวเลขโดยตรง ถ้าเจาะเอียง แท่งมีเหล็กติด หรือแท่งแตกร้าวระหว่างเจาะ ค่าที่ได้อาจต่ำกว่าความจริงจนตัดสินผิด

ทำไมต้องปรับแก้ค่า L/D ก่อนอ่านผล
แท่งที่เตี้ย (ความยาว L น้อยเมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง D) จะกดได้ค่าสูงกว่าความจริงเล็กน้อย มาตรฐานจึงให้คูณค่าปรับแก้เมื่อ L/D ต่ำกว่าประมาณ 1.75 และแท่งหลังตัดแต่งควรมี L/D ไม่น้อยกว่า 1.0
| สัดส่วน L/D | ตัวคูณปรับแก้ (ASTM C42) |
|---|---|
| 2.00 | 1.00 |
| 1.75 | 0.98 |
| 1.50 | 0.96 |
| 1.25 | 0.93 |
| 1.00 | 0.87 |
ตัวอย่างคำนวณ: แท่ง D = 100 มม. (พื้นที่หน้าตัด ≈ 78.5 ตร.ซม.) ยาวหลังตัดแต่ง 125 มม. → L/D = 1.25 กดได้แรงสูงสุด 17,700 กก.
- กำลังอัดก่อนปรับแก้ = 17,700 ÷ 78.5 ≈ 225 กก./ตร.ซม.
- ปรับแก้ = 225 × 0.93 ≈ 210 กก./ตร.ซม. ← ค่านี้ที่ใช้เทียบเกณฑ์
ถ้าลืมปรับแก้ ค่าจะดูดีเกินจริงราว 7% ซึ่งอาจทำให้ตัดสินว่าผ่านทั้งที่ไม่ผ่าน

อ่านผล Core Test คอนกรีตอย่างไร: เกณฑ์ ACI 318
สำหรับงานก่อสร้างใหม่ที่ผลลูกปูนไม่ผ่าน ACI 318-19 หัวข้อ 26.12.6.1 กำหนดให้เจาะ 3 แท่ง ต่อผลทดสอบที่ไม่ผ่าน และถือว่าคอนกรีตในบริเวณนั้น “เพียงพอเชิงโครงสร้าง” เมื่อเข้า ทั้ง 2 เงื่อนไข
- ค่าเฉลี่ย 3 แท่ง ไม่ต่ำกว่า 0.85 f′c (85% ของกำลังอัดที่ระบุ)
- ไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 0.75 f′c
ที่เกณฑ์ไม่ใช่ 100% เพราะการเจาะ ขนย้าย และสภาพการเท-บ่มในโครงสร้างจริงต่างจากลูกปูนที่บ่มในสภาพมาตรฐาน ตัวเลข 0.85 และ 0.75 จึงเผื่อผลเหล่านี้ไว้แล้ว

ข้อควรระวัง 3 เรื่องที่คนมักพลาด
- ลูกบาศก์กับทรงกระบอกเทียบตรงกันไม่ได้ — f′c ใน ACI หมายถึงกำลังของตัวอย่างทรงกระบอก ส่วนสเปกงานในไทยหลายงานระบุเป็นกำลังลูกบาศก์ (cube) ซึ่งโดยทั่วไปทรงกระบอกให้ค่าต่ำกว่าลูกบาศก์ราว 0.8 เท่า ต้องดูให้ชัดว่าสเปกระบุแบบไหนก่อนเทียบ
- เกณฑ์ 85/75 ใช้กับการตรวจรับงานก่อสร้างใหม่ — ถ้าเป็นการประเมินอาคารเดิม ACI 318 ให้ไปใช้แนวทางประเมินกำลังอาคารที่มีอยู่ (บทที่ 27) ซึ่งวิศวกรจะนำค่ากำลังที่วัดได้ไปวิเคราะห์โครงสร้างประกอบ
- Core ไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าต้องทุบ — วิศวกรอาจเจาะเพิ่มในบริเวณที่ผลแปรปรวน วิเคราะห์โครงสร้างใหม่ด้วยกำลังที่วัดได้จริง ทดสอบรับน้ำหนัก จำกัดน้ำหนักใช้งาน หรือ ซ่อมแซมและเสริมกำลังโครงสร้าง เช่น หุ้มเสาหรือ CFRP ส่วนการรื้อมักเป็นทางเลือกท้าย ๆ
เช็กลิสต์ก่อนสั่งเจาะ Core สำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมา
| ✔ | เรื่องที่ต้องเตรียม / ถาม |
|---|---|
| ☐ | รวบรวมผลลูกปูนเดิม ใบส่งคอนกรีต ค่ายุบตัว (Slump) และวันที่เทของแต่ละส่วน |
| ☐ | ดูสเปกว่า f′c ระบุเป็นลูกบาศก์หรือทรงกระบอก กี่ กก./ตร.ซม. |
| ☐ | ให้วิศวกรกำหนดจุดเจาะ และจำนวนแท่ง (อย่างน้อย 3 แท่งต่อบริเวณ) |
| ☐ | สแกนหาเหล็กก่อนเจาะทุกจุด |
| ☐ | ทุกแท่งมีรหัสตำแหน่ง ถ่ายรูปแท่งก่อนส่ง และเก็บในถุงปิดสนิท |
| ☐ | ตกลงวิธีอุดรู (วัสดุไม่หดตัว) และใครรับผิดชอบ |
| ☐ | รายงานผลต้องมีขนาดแท่ง L/D ค่าก่อนและหลังปรับแก้ ลักษณะการแตก และข้อสังเกต |
ถ้ากำลังสร้างบ้านอยู่ วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ต้องไปถึงขั้นเจาะ Core เลย ด้วยการเก็บลูกปูนให้ถูกวิธีและ ตรวจงวดงานก่อนจ่ายเงินผู้รับเหมา ตั้งแต่ก่อนเท ส่วนอาคารที่มีเหล็กเป็นสนิมหรือผิวกะเทาะแล้ว อ่านเพิ่มได้ที่ เหล็กเป็นสนิม คอนกรีตกะเทาะ อันตรายไหม ซ่อมอย่างไร
เมื่อไรควรเรียกวิศวกร
- ผลลูกปูนไม่ผ่าน และผู้รับเหมาเสนอให้ “ปล่อยผ่าน” หรือให้ทุบทิ้งทันทีโดยไม่มีข้อมูลเพิ่ม
- จะต่อเติมชั้นบน เปลี่ยนการใช้งานอาคาร หรือเพิ่มน้ำหนักบรรทุก แต่ไม่มีข้อมูลกำลังคอนกรีตเดิม
- พบคอนกรีตร่วนเป็นผง โพรงหิน รอยร้าวที่เสา-คาน หรืออาคารเคยถูกไฟไหม้
- ได้ผล Core มาแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าปรับแก้ L/D ถูกไหม หรือเทียบกับ f′c ชนิดไหน
วิศวกรจะช่วยวางแผนว่าควรใช้ NDT กี่จุด เจาะ Core ตรงไหนให้รูน้อยที่สุด และนำผลไปให้ข้อแนะนำทางวิศวกรรมว่าควรทำอะไรต่อ ดูรายละเอียดบริการได้ที่ ทดสอบวัสดุก่อสร้าง คอนกรีต เหล็ก ดิน
คำถามที่พบบ่อย
Core Test คอนกรีต คืออะไร ต่างจากการทดสอบลูกปูนอย่างไร?
Core Test คือการเจาะเก็บแท่งคอนกรีตจากโครงสร้างที่สร้างเสร็จแล้วไปกดหากำลังอัดในห้องปฏิบัติการ ส่วนลูกปูน (ก้อนลูกบาศก์หรือทรงกระบอก) เก็บจากรถโม่ตอนเท จึงบอกคุณภาพคอนกรีตที่ส่งมา แต่ Core บอกกำลังของคอนกรีตที่อยู่ในเสา คาน พื้นจริง ซึ่งผ่านการเท การจี้ และการบ่มหน้างานมาแล้ว
เจาะ Core คอนกรีตแล้ว โครงสร้างจะอ่อนลงไหม?
จะมีรูขนาดราว 10 ซม. ที่ต้องอุดซ่อม ถ้าวิศวกรเลือกตำแหน่งที่รับแรงไม่วิกฤต สแกนหลบเหล็กเสริม และจำกัดจำนวนรูให้พอดี ผลกระทบจะน้อย จากนั้นอุดรูด้วยวัสดุซ่อมชนิดไม่หดตัว ไม่ควรให้ช่างเลือกจุดเจาะเอง
ผล Core Test ต่ำกว่ากำลังที่ออกแบบ ต้องทุบทิ้งไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป เกณฑ์ ACI 318 สำหรับงานก่อสร้างใหม่ยอมรับได้ถ้าค่าเฉลี่ย 3 แท่งไม่ต่ำกว่า 85% ของ f′c และไม่มีแท่งใดต่ำกว่า 75% ถ้าไม่ผ่าน วิศวกรยังมีทางเลือก เช่น เจาะเพิ่มในบริเวณที่ผลแปรปรวน วิเคราะห์โครงสร้างด้วยกำลังที่วัดได้จริง ทดสอบรับน้ำหนัก หรือเสริมกำลัง การรื้อทิ้งมักเป็นทางเลือกท้าย ๆ
Core Test ต้องเจาะกี่แท่ง ใช้เวลากี่วันถึงรู้ผล?
ตาม ACI 318 ใช้อย่างน้อย 3 แท่งต่อบริเวณที่สงสัย ส่วนเวลา ตัวอย่างควรเก็บในถุงปิดสนิทอย่างน้อย 5 วันหลังเจาะหรือตัดด้วยน้ำ ก่อนกดทดสอบ จึงควรเผื่อเวลาอย่างน้อยราว 1 สัปดาห์ขึ้นไปนับจากวันเจาะ ขึ้นกับคิวห้องปฏิบัติการ
Core Test คอนกรีต คือวิธีที่ตอบตรงที่สุดว่าคอนกรีตในโครงสร้างจริงแข็งแรงแค่ไหน หัวใจอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ เจาะให้ถูกจุดและหลบเหล็ก ปรับแก้ค่า L/D ให้ถูก และอ่านผลด้วยเกณฑ์ที่ตรงกับชนิดงานและชนิดตัวอย่าง ถ้าคุณอยู่ใน ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียง และกำลังเจอผลลูกปูนไม่ผ่าน หรืออยากรู้กำลังคอนกรีตอาคารเดิมก่อนต่อเติม ให้วิศวกรช่วยวางแผนการทดสอบตั้งแต่ต้นจะประหยัดทั้งเวลาและจำนวนรูเจาะ หรือ ขอประเมินราคางานทดสอบคอนกรีตเบื้องต้น
ต้องการให้วิศวกรช่วยดูงานของคุณ?
Grow Construction and Supply ตรวจสอบโครงสร้าง แก้ปัญหาบ้านร้าว–บ้านทรุด ที่ปรึกษางานก่อสร้าง และทดสอบวัสดุก่อสร้าง ในขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง
แหล่งอ้างอิง
- American Concrete Institute (ACI) – Low-strength cylinder test results (ACI 318-19 หัวข้อ 26.12.6.1)
- Beton Consulting Engineers – How to evaluate concrete core strengths (2023)
- SPN Soil Engineering – Concrete Core Test คืออะไร (ASTM C42 / ค่าปรับแก้ L/D)
- SPN Soil Engineering – กำลังอัดคอนกรีตไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การตัดสินใจเรื่องโครงสร้างควรให้วิศวกรตรวจหน้างาน ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569)

